How to direct record

สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การใช้งาน DI-BOX หรือ Speaker Cab Sim หรือ Speaker Cab Emulator (แล้วแต่จะเรียก)

หลักการใช้งาน
ถ้าใช้ Headphone หรือ สำโพงบนโต๊ะคอมเป็นตัวมอร์นิเตอร์ ก็ต้องมองว่า นี่คือเครื่องขยายเสียงขนาดเล็ก ที่รับความแรงของสัญญาณไม่ได้มากเท่ากับเครื่องขยายเสียงวัตต์สูง

ดังนั้นการปรับ Master volume ที่ตัว Mixer หรือโวลลุ่มตัวสุดท้ายก่อนเข้าคอม(PC) ก็ควรปรับไว้ต่ำๆ

ปรับ Trim บน Mixer ให้ได้สัญญาณแรงและชัดที่สุด ถ้าปรับน้อยไปก็จะมีผลกับ Noise to Ratio (ได้เสียงซ่าาาปนออกมา)

 

 

-ลดปุ่มเสียงกลาง (Mid) บนตัว Mixer ลง เพื่อลดเสียงกลางที่มีมากเกินไป จนกลบเสียงอื่นๆ หรือลองลดปุ่มโทนลงทุกปุ่ม เพื่อลดความแรงของสัญญาณ

 

 

-ปรับ Master volume ของ Mixerไว้ต่ำๆ แล้วเร่งเสียงที่ตัวมอร์นิเตอร์ ( headphone หรือลำโพงโต๊ะคอม)ไว้ที่ระดับการฟังปกติ

 

 

Direct_Record_4-ถ้าไม่มี Mixer ก็ต้องไปปรับช่อง Line in ของ Sound card แต่ถ้ามี Mixer ก็ตั้งความแรงของช่อง Line in ตามชอบใจ

 

-*** อย่าลืมปิด EQ ที่มากับ Sound card ***

อุปกรณ์ที่ใช้ Fender strat, Hot Rod distortion ,FET Reverb,JCM-900 Preamp&Speaker Cab Sim

Advertisements

SansAmp GT-2 Black Face

งาน Modify ล่าสุดโดยการเพิ่มชุด Gain boost เข้ามาอีก 1 ชุด ทำให้ควบคุม Gain ได้กว้างขึ้น เพราะมีทั้งตัวปรับ-ลด และสวิทตัดต่อ (Boost sw) เหมาะสำหรับคนที่ชอบ GT-2 แต่ติว่า Gain เยอะเกินไป

อัดเสียงผ่าน JCM-900 Guitar preamplifier (Emulator) เข้าคอมฯ

http://www.circuitfx.com

 

งาน Handmade คืออะไร?

งาน Handmade คืออะไร? โดยส่วนตัวงานแฮนเมด คืองานที่ทำขึ้นมาโดยไม่หวังผลทางการค้า หรืออีกนัยนึงก็คือของที่ทำใช้เอง บังเอิญมีคนอื่นมาเห็นแล้วขอซื้อต่อ

ก็เหมือนกับเอฟเฟคก้อนแรกที่ผมทำนี่หล่ะ ทำแล้วเอาไปโชว์ในเวปกีต้าร์ไทย ในยุคนั้นงานแบบนี้ยังไม่มีคนทำ เลยกลายเป็นของแปลก

ถ้าจะถามที่มาที่ไป ว่าเอาความคิดการทำหน้ากล่องเอฟเฟคด้วยการใช้กรดกัดลวดลายมาจากไหน แรกเริ่มเดิมทีก็คงเหมือนคนทั่วๆไป ที่พ่นสีบ้าง ใช้อักษรลอกบ้าง ใช้ปากกาเมจิคเขียนบ้าง

แต่พอดีเป็นคนที่ชอบเรียนรู้และค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ พอได้อ่านเรื่องการใช้กรดกัดผิวโลหะเลยนำมาประยุกต์ลองทำดู (งานตอนแรกออกมาเละกว่านี้) พอทำไปแล้วก็เลยกลายเป็นเรื่องสนุก และบังเอิญอุปกรณ์ที่ต้องการ ก็เป็นของที่ใช้สำหรับแผ่นปริ๊นท์อยู่แล้ว พอนำมาประยุกต์กับงานนี้เลยเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับของที่มีอยู่แล้วไปในตัว

rat pedal_1
RAT งานแฮนด์เมดก้อนแรกที่มีคนขอซื้อไป หน้าตาจะคล้ายๆก้อนนี้แต่ยับเยินกว่านี้ คนที่ซื้อไป เป็นคนที่ทำงานด้านศิลปะ

จากคนหนึ่งคน มีการพูดกันปากต่อปาก ก็เกิดการขยายวงกว้างออกไป ทำให้คนรู้จักงานที่ผมทำมากขึ้น จนทุกวันนี้ผมก็ยังยึด Concept เดิม ไม่เปลี่ยนแปลงคืออยากได้ก็ต้องสั่งทำแล้วก็รอ เพราะงานที่ผมทำไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรทางการค้า แต่มันคือความสุขที่ได้อยู่กับงานที่ผมถนัด และพื้นฐานการศึกษา ผมก็เรียนการสร้าง-ซ่อมเครื่องขยายเสียงมาโดยตรง เลยสนุกกับการนำวงจรเอฟเฟคต่างๆ มาดัดแปลงโน่นนิดนี่หน่อย

rat-pedal_3

ผ่านมา 10 ปี นับจากปี พ.ศ. 2548  หลายคนที่เคยเป็นลูกค้าในยุคนั้น ก็ผันตัวมาเป็นพ่อค้า ทำเอฟเฟคขายเอง จากงานคำว่า “แฮนด์เมค” ที่ทรงพลังและมีคุณค่า กลับกลายเป็นงานที่ดูเหมือนจะหาซื้อได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ทั้งรูปร่างหน้าตาและสีสันที่สดใส

 

Relay true bypass

 

โปรเจคส่งท้ายปี 2016

มีเรื่องคาใจกับเอฟเฟคก้อนนึงที่ทำไว้นานแล้ว เอฟเฟคตัวนี้เคยเป็นเอฟเฟคที่ขายดีในอดีต

เรียกว่ามีคนสั่งทำบ่อยจนผมเองรู้สึก”เบื่อ” (ทำไมไม่สั่งทำเอฟเฟคอย่างอื่นมั่ง ฮา)

cruncher2007

ผ่านมาหลายปี

นึกอยากทำมันขึ้นมาอีกครั้ง ก็ไปหยิบเอาวงจรที่อยู่ในหัวออกมาประกอบ

แต่เสียงที่ได้ยินมันเป็นอะไรที่ตัวผมเองค่อนข้างผิดหวังมาก เสียงออกไม่เต็มและแตกพร่า

แก้ไขยังก็ไม่หาย หาสาเหตุไม่เจอสุดท้ายเลยวางทิ้งไว้เฉยๆ

CRUNCHER_21

แล้ววันนึงก็คิดถึงเอฟเฟคก้อนนี้ เลยหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น

หลังจากนั่งพิจารณาอยู่นาน ก็นึกได้ว่ามีช่วงนึงเคยสั่งซื้อ Foot switch 9 ขา มาล๊อตนึง

 ปรากฏว่า Foot switch มีปัญหาทั้งล๊อต

ทำเอฟเฟคส่งลูกค้าไปแล้ว แทบทุกก้อนต้องเอากลับมาเปลี่ยนสวิทใหม่

พอนึกถึงจุดนั้น ก็เลยลองเปลี่ยน Foot switch ให้กับเจ้า Cruncher ก้อนนี้ โป๊ะเช๊ะ!!

Foot switch ตัวเดียวทำชีวิตผมพังเลย

latchingswitch_1

แก้ปัญหาด้วยการใช้ Relay

 เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่เรียกว่า Bad contact ที่เกิดจากหน้าสัมผัสของสวิท 3PDT หรือ สวิท 9 ขา

เลยอยากจะลองใช้ Relay แทน สวิท 9ขา โดยหยิบเอาวงจร Latching relay จากเวป geofex

มาออกแบบลายวงจรและทดลองใช้งานก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด

cruncher_insane_od_5

ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะอายุการใช้ของ Relay บางรุ่น

อาจจะใช้งานได้มากกว่า 20 ปี

cruncher_insane_od_4

(จะเอากลับมาทำใหม่ทั้งที ต้องมีอะไรที่ดูแตกต่างหน่อย ไม่งั้นจะเสียชื่อ “ต้นแบบงานโมฯเอฟเฟคไทย”)

เอาคลิปเทียบเสียงมาฝาก อาจจะฟังยากเพราะไม่ได้อัดเสียงเข้า Mixer เหมือนที่เคยทำ แต่ใช้เสียงจากกล้องดิจิตอล

GT-200 Overdrive

ว่างเว้นไปนานกับงาน Modify guitar effect เพราะติดงานทำเอฟเฟคส่งต่างประเทศจำนวนมาก
ทำแต่งานประเภท Copy&Sale มากเข้าๆจนรู้สึกว่าชักจะหมดไฟจนไม่อยากคิดทำอะไรใหม่ๆ กลายเป็นว่าเริ่มเบื่อตัวเอง

มีโปรเจคอยู่ตัวนึงทำทิ้งไว้นานแล้วแต่ยังไม่ประทับใจเท่าไหร่ เป็น Overdrive ที่มีปุ่มปรับแค่ 2 อัน
คือ Gain กับ Volume และมี dip switch (กำลังตัดสินใจว่าจะมีดีมั้ย อิอิ) สำหรับเพิ่ม Gainอยู่ในกล่อง
ทำไฟล์เสียงเปรียบเทียบไว้ 2 ไฟล์ เพื่อฟังความแตกต่างและความชัดเจนของเสียง Solo หลัง Mod เพิ่มแล้ว ทั้ง 2 ไฟล์ใช้เสียง Rhythm จากไฟล์เดียวกันเอามาอัดเสียง Solo ลงไปใหม่

Guitar : Fender Start neck pu vol : 8

Effect : Digital Spring Reverb 1590A.

Uni-Vibe lamp shield.

ทำฝาครอบ LDR สำหรับ Uni-Vibe ด้วย กระป๋องสีสเปรย์เก่า

ได้ความหนากำลังดีไม่หักเมื่อดัดและก็ไม่หนาเกินไปจนต้องเอาค้อนทุบ

Uni-Vibe ก้อนนี้ทำลงกล่อง 1590A. กว่าจะทำเสร็จต้องใช้เวลาหลายวัน

โดยเฉพาะชุดคอนโทรลต้องออกแบบแผงวงจรใหม่ถึง 3 รอบกว่าจะลงตัว

UnivibeLampShield_07

 

Analog delay&Digital delay

DMM กับ DM2 ใช้ IC MN3005 ซึ่งเป็น iC ที่เรียกว่า FAKE  chip เพราะเป็นการเอาเบอร์อื่นที่ไม่ใช่ MN3005 มาตีตราใหม่

ถามว่ารู้ได้ยังไง ที่รู้ก็เพราะว่า delay time ที่สั้นกว่าเมื่อได้ฟังเทียบกับคลิปอื่นๆบน Youtube

แต่ก็เป็นโอกาสให้ได้คิดและทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่ว่าได้ของปลอมมาแล้วก็มัวมานั่งโอดครวญจะเอาแต่ของแท้