การใช้งาน Speaker Emulator(Cab Sim)JCM-900

การใช้งาน Speaker Emulator(Cab Sim)

ก่อนที่จะเขียนเรื่องนี้ ก็หาข้อมูลและคำแนะนำอยู่นาน แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครเคยเขียนเรื่องนี้ เพราะฉนั้นถ้าคุณคือมือใหม่กับการใช้งานกล่องจำลองเสียงแอมป์หลอด  “เราคือเพื่อนกัน” 

Speaker Cab Sim บางทีก็เรียกว่า Speaker Emulator เป็นกล่องจำลองเสียงแอมป์หลอดสูญญากาศ นิยมใช้ในการบันทึกเสียง หรือเล่นกีต้าร์กับคอมฯ โดยปกติจะวางไว้เป็นตัวสุดท้ายก่อนเข้า Mixer หรือ Power amp.

การใช้งานกับ Mixer และ Computer.

บางทีคุณอาจจะยังไม่ชินกับเสียงกีต้าร์ ที่ออกมาจากตู้ลำโพงบนโต๊ะคอมฯ ให้มองว่าตอนนี้เครื่องคอมฯ ทำหน้าที่เป็นแอมป์กีต้าร์ขนาดเล็ก แน่นอนว่าเสียงคงไม่ดังเท่าแอมป์กีต้าร์ที่ใช้กันทั่วไป ถึงแม้ว่าเสียงอาจจะไม่ดัง แต่เราสามารถปรับแต่งให้ได้ลักษณะเสียงเดียวกันกับที่ออกมาจากแอมป์กีต้าร์หรือตู้ลำโพงขนาดใหญ่ได้

เริ่มต้นการต่อใช้งาน

  1. ปรับปุ่ม Tone ไว้ตรงกลาง ลดปุ่ม Gain และ Volume ไว้ต่ำสุด
  2. ต่อสายสัญญาณจากช่อง Line out ออกจากกล่อง Speaker sim ไปเข้าช่อง Line in ที่ Mixer หรือ ซาวด์การ์ด
  3. เลือกช่องสัญญาณเข้าของคอมฯ เป็น Line (อย่าเลือก Mic)  และตั้งระดับ Line volume ไว้ประมาณ 50%
  4. .Update!! เปลี่ยนไปใช้ช่อง Stereo mix ของโปรแกรมที่มากับซาวด์การ์ด ทำให้ปรับเสียงได้ง่ายกว่า จากที่เคยมีปัญหาเรื่องเสียงแหลมแตกเป็นข้าวโพดคั่วเมื่อเล่นกับเอฟเฟคเสียงแตก ตอนนี้ไม่ปัญหาแล้ว และยังทำให้ปรับโทนได้ใกล้เคลียงกับเสียงที่ออกมาจากแอมป์กีต้าร์อีกด้วย
  5. ปรับ Volume ของ ลำโพงคอมฯไว้ที่ระดับการฟังปกติ (ไม่ควรเกิน 50%)
  6. เสียบปลั๊กกีต้าร์เข้ากล่อง Speaker sim ปรับ Gain และ Volume ให้ได้ยินเสียง “คลีน” ที่ดังชัดเจน
  7. เนื่องจากลำโพงบนโต๊ะคอมฯ ไม่ใช่ลำโพงสำหรับ Studio  ดังนั้นจึงควรปรับปุ่ม Tone บน Mixer หรือบนกล่อง Speaker Sim จนได้เสียงดีที่สุดเท่าที่ลำโพงคอมฯจะให้ได้
  8. ในกรณีที่มี Mixer ควรปรับปุ่ม Tone ไว้ตรงกลางเป็นค่าเริ่ม เพราะโดยหลักการแล้ว เมื่อตั้งปุ่ม Tone ไว้ตรงกลางจะทำให้อุปกรณ์เครื่องเสียงนั้นๆ ตอบสนองความถี่ที่ราบเรียบ (Flat

 

สำหรับคนงบน้อยและต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบมืออาชีพ การเลือกใช้ Headphone Studio ดีๆสักอันนึงก็เป็นตัวเลือกที่ดี  เพราะ Headphone ขนิดนี้จะให้ผลตอบสนองความถี่ที่ราบเรียบ (Flat)

 


เลือกช่องสัญญาณให้เหมาะสม

 

ตัวอย่างการต่อใช้งานกับ Mixer

ช่อง Mic เหมาะกับสัญญาณอ่อนๆ แต่ไม่เหมาะกับความแรงระดับปรีแอมป์

เห็นรูปนี้แล้วอาจจะเกิดคำถามว่า “แล้วจะเอา่ปลั๊ก XLR ที่ออกจากกล่อง Speaker Sim ไปเสียบเข้าตรงไหน” คำตอบก็คือ เสียบเข้าช่อง Line in หรือ Unbalance ของ Mixer โดยใช้หัวแปลง XLR เป็น RTS แต่ถ้าช่อง XLR บน Mixer มีปุ่มเลือก Mic/Instrument ก็ปรับเป็น Intrument

แล้วถ้าไม่มี Mixer ยังใช้เจ้า Speaker Simได้มั้ย คำตอบก็คือใช้ได้เหมือนกัน แทนที่จะต่อผ่าน Mixer ไปคอมฯ ก็ข้ามไปต่อเข้าช่อง Line in ของคอมฯโดยตรง

  • ช่อง Line out (Unbalance) คือสัญญาณออกแบบโมโน
  • ช่อง Balance คือสัญญาณออกแบบสเตอริโอ(เทียม)
  • ช่องสัญญาณทั้ง 2 แบบสามารถต่อออกไปใช้งานได้พร้อมกัน ช่องนึงไปเข้า Mixer อีกช่องนึงไปเข้า Power amp หรือต่อเข้าหน้าตู้แอมป์กีต้าร์

ก็คงจะจบเท่านี้กับการใช้งานเบื้องต้น ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของเวลาและประสบการณ์

ตัวอย่างเสียงที่บันทึกโดยการปรับปุ่ม Tone ทั้งของ Mixer และ Speaker emulator JCM-900 ไว้ตรงกลางและเล่นกับเอฟเฟคประเภท Hi gain distortion โดยต่อ Speaker Emulator เข้าช่อง Unbalance ของ Mixer  คลิปนี้เป็นการทดสอบ Boost switch  ของ Speaker Emulator กับเอฟเฟคกีต้าร์

 

 


 

 

 

Advertisements

Multi Speaker Cab Sim.

ได้เวลาเอาลงกล่องสักที สำหรับ Multi Speaker Cab Sim กล่องนี้ นั่งเล่นแบบเปลือยๆอยู่พักใหญ่

สวิทด้านข้างมีอะไรมั่ง จากบนลงล่าง

  • Speaker Model รูปแบบของลำโพงบางรุ่น
  • Low Boost เปลี่ยนแอมป์ประเภททรานซิสเตอร์/ไอซี ให้ได้เสียงแบบแอมป์หลอด
  • เลือกความถี่ 400hz (Marshall tone)
  • Normal / Filter สำหรับเสียง Preamp เพียวๆ

บังเอิญมีกล่อง Direct Record ใบเก่าอยู่ เอามาเจาะรูด้านข้างสำหรับสวิทเพิ่มอีก 4 รู แล้วก็พิมท์สติ๊กเกอร์มาปิดทับลายหน้ากล่องเดิม

 

 

เทียบเสียงความถี่ต่ำของตู้ลำโพง ที่ออกจากแอมป์หลอดกับเสียงของแอมป์โซลิตสเตรท 10วัตต์ ที่เคยบางจ๋อย พอผ่านกล่องนี้ในโหมด Low-End (ต่อเข้าช่อง Return เพื่อขับ Power amp โดยตรง)ได้อารมณ์เดียวกับเสียงที่ออกจากแอมป์หลอดเลย

 

โดยธรรมชาติของแอมป์ประเภทโซลิตสเตรท(ทรานซิสเตอร์/ไอซี) จะด้อยเรื่องความถี่กลาง-ต่ำ แต่เด่นที่ความถี่สูง ต่างจากแอมป์หลอดที่ด้อยเรื่องความถี่สูงแต่ไปเด่นที่ความถี่กลาง-ต่ำ

 

 สรุป Multi Speaker Cab Sim กล่องนี้ปรับได้กี่แบบ

  • Preamp
  • Preamp + Filter on-off
  • 4×10 , 4×12 + Filter on-off
  • 4×10 , 4×12 + Filter on-off + Low boost + Speaker Model
  • Preamp + Filter on-off + Low End + Speaker Model

 


 

 

 

 

 

 

 

Speaker Cab Sim คืออะไร

Speaker Cab Sim คืออะไร?

แท้จริงแล้วก็คือวงจร Equalizer ที่ตั้งค่าความถี่ไว้ให้ใกล้เคลียงกับเสียงที่ได้ยินจากแอมป์กีต้าร์แต่ละรุ่น  Cab Sim บางรุ่นอาจจะยึดเอาผลตอบสนองความถี่เสียงจากลำโพงเป็นหลักในการกำหนดความถี่ และบางรุ่นก็เอาความถี่เสียงโดยรวมที่ออกมาจากแอมป์แต่ละยี่ห้อ เช่น แอมป์ยี่ห้อ Marshall ที่ใช้งานกับลำโพงบางยี่ห้อ

 

ตัวอย่างวงจร

นี่คือวงจรจากเวป http://www.runoffgroove.com ถ้าแบ่งแต่ละส่วนออกมาหรือทำเป็น Blog diagram ก็จะมี Pre-amp, Notch filter,Buffer, 2nd order filter(cab sim) และ Direct Record.

 

Blog Diagram.

แบ่งวงจรให้ดูง่ายขึ้นด้วย Blog Diagram.

 

 

Tone Control.

ถ้าอ่านตามคำแนะนำจากเวป http://www.runoffgroove.com เราสามารถปรับแต่งความถี่ได้ด้วยการเปลี่ยนค่า R.บางตัว  แต่เพื่อความสะดวกในการใช้งานควรแทนที่ R. ค่าต่างๆด้วย R แบบปรับค่าได้หรือที่เรียกกันว่า “โวลลุ่ม” ในที่นี้จะใช้โวลลุ่มแบบชั้นเดียว 1 ตัว และแบบ 2 ชั้นอีก 1 ตัว โดยทดลองลดค่าเดิมลงครึ่งนึงและใช้โวลลุ่มที่มีค่าเป็น 2 เท่าต่ออนุกรมเข้าไปในวงจร

 

Direct Record.

วงจรกลับเฟส 180 องศาเพื่อสร้างสัญญาณแบบสเตอริโอ เป็นวงจรมาตราฐานที่ใช้กันทั่วไป ปกติจะใช้ไฟเลี้ยง 48 V (Phantom) จาก Mixer แต่ Mixer รุ่นใหม่ๆมักจะจ่ายกระแส ( I ) ได้ต่ำกว่า Mixer รุ่นเก่าๆ จนอาจจะทำให้วงจรไม่สามารถทำงานได้ จึงต้องใช้ไฟเลี้ยงวงจรจากภายนอก

 

ส่งท้าย

คงพอจะเข้าใจกันแล้วว่า Speaker Cab SIm. คืออะไร?

การใช้งาน อาจจะต่อเข้าหน้าตู้แอมป์หรือใช้กับ Mixer โดยตรง แต่ถ้ามองว่านี่คือ Equalizer เครื่องนึง ก็น่าจะลองต่อเข้าช่อง Loop Send/Return แทนการต่อเข้าหน้าตู้ซึ่งจะดูเหมือนว่ากำลังเอา Tone Control ไปซ้อนกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว

ถ้ามองตาม Blog Diagram เรายังสามารถดัดแปลงและใส่ลูกเล่นให้แต่ส่วนได้อีกมากมาย

Mini Amp Guitar LM386

โลกใบนี้เล็กลงทุกวัน

ตอนทำแอมป์หลอด 5 วัตต์ ก็อยากได้สัก 50 วัตต์ พอมี 50 วัตต์ก็รู้สึกว่า มันเกินความจำเป็น เพราะเวลาใช้งานก็ไม่เคยปรับโวลลุ่มเกิน 9.00 น. เลยทำเครื่องใหม่ความดังแค่ 2 วัตต์

diy_guitar tube amp
diy_guitar tube amp

อยู่กับแอมป์หลอดในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ช่วงไหนอากาศร้อนจัด ก็ไม่ต่างจากการนั่งข้างกองไฟดีๆนี่เอง เลยเปลี่ยนไปทำแอมป์โซลิตสเตรท 10 วัตต์ เล่นไปเล่นมาเสียงชักจะไม่ถูกใจ แอมป์พวกนี้ปรับให้ดียังไง เสียงก็สู้แอมป์หลอดไม่ได้อยู่ดี

สิ่งที่ทำให้เสียงของแอมป์หลอดมีสเน่ห์และน่าฟัง ก็เพราะว่าเวลาที่หลอดสุญญากาศทำงาน จะมีความเพี้ยนของเสียงเกิดขึ้น (Harmonic distortion) ซึ่งก็คือเสียงแตกนั่นเอง ไม่ว่าจะปรับให้แอมป์เสียงคลีนยังไง แต่ในความเป็นจริงถ้าใช้เครื่องมือวัดคลื่นสัญญาณ ก็จะเห็นยอดคลื่นที่ถูกคลิปยอดจนเกิดความผิดเพี้ยนของสัญญาณเสียง

miniampguitarlm386_3

ชักเบื่อๆกับแอมป์ใหญ่ เลยลองหันมาเล่นกับแอมป์เล็กๆดูมั่ง แต่ “concept” คือต้องมี Loop Send-Returnเหมือนที่แอมป์รุ่นใหญ่มี ถ้าใครเคยใช้งานช่อง Send-Return จะเห็นความแตกต่าง ระหว่างการต่อเอฟเฟคประเภท Modulator เข้าหน้าตู้กับการต่อเข้าช่อง Send-Return เพราะเสียงที่ได้ยินจากการใช้ Loop จะสะอาดและน่าฟังกว่าการต่อเข้าหน้าตู้มาก

อย่างที่สองคือ ต้องมี “Speaker Cab Sim” เหตุผลคือ ความถี่ที่ออกจากแอมป์กีต้าร์ที่เป็นหลอดสุญญากาศ ส่วนใหญ่ จะมีช่วงของสัญญาณไม่เกิน 4Khz  จริงๆแล้วจุดตัดความถี่ตรงนี้ส่วนนึงเกิดจาก หม้อแปลงเอาท์พุทหรือ Output Transformer ของแอมป์หลอดนั่นเอง เพราะหม้อแปลงเอาท์พุท จะมีสภาพเป็น Capacitor ตัวใหญ่ๆตัวนึง  (ในยุคแรกๆของแอมป์โซลิตสเตรท จะมีเครื่องขยายเสียงแบบ OTL ซึ่งใช้ Capacitor วางไว้ก่อนออกลำโพง แอมป์ประเภทนี้จะให้เสียงค่อนข้างขุ่นและทึบ)

miniampguitarlm386_1

อย่างที่สาม “ปรีแอมป์” ถ้าจะพูดถึงหลอดสุญญากาศก็คงหนีไม่พ้น Field Effect Transistor (FET)  เพราะมีคุณสมบัติการทำงานใกล้เคลียงกับหลอดสุญญากาศ

สุดท้าย “Power Amp” แน่นอนว่าต้องหาวัตต์ต่ำๆ เพื่อที่จะนำไปขับ Pre amp ของ Mixer ซึ่งขนาด 300 มิลลิวัตต์ ไม่ถือว่ามากหรือน้อยเกินไปสำหรับ Line-input ของ Mixer  และวงจรนี้ยังเป็น Power Amp แบบ OTL จึงตัดความกังวลเรื่องเสียงแหลมออกไปได้เลย

ได้ทั้ง 4 อย่างแล้่วก็จับมารวมไว้ในกล่องเดียวกัน

mini-amp-guitar-lm386_18

ถึงจะเป็นคนที่มีความเป็นตัวของเองสูง แต่ก็ไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเองจนขาดสติ สิ่งไหนชอบก็บอกว่าชอบ สิ่งไหนไม่ชอบก็วางทิ้งไว้ รอเป็นอะไหล่สำรองข้างโต๊ะทำงาน

แต่โปรเจคนี้เป็นสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุขมาก เพราะ

  • เป็นแอมป์เล็กที่เล่นกับเอฟเฟคเสียงแตกได้ (ปกติไม่ต้องพ่วงก็แตกแล้ว)
  • ใช้แทน Di box เพื่อต่อเข้า Mixer ได้
  • มี  Loop Send-Return เหมือนแอมป์รุ่นใหญ่
  • ใช้งานร่วมกับหูฟัง (Head phone)หรือลำโพงได้หลายขนาด
  • เป็นงานที่รวม 4 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งยังไม่มีใครทำมาก่อน (ข้อนี้เน้นฮา)

Fender Preamp & Speaker Cab Sim Rebuild (2017)

fender-speaker-cab-sim-lxh2_01

วันนึงเริ่มรู้สึกว่าการปรับเสียงจากแอมป์ Marshall Valvestate ที่ทำใช้เอง ปรับยากขึ้นทุกวันหาจุดที่น่าพอใจไม่เจอ เลยไปหยิบเจ้า Fender Preamp Cab Sim ที่วางทิ้งไว้ ขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วเสียบเข้าช่อง Return เพื่อขับ Power amp โดยไม่ผ่านปรีแอมป์หน้าตู้ พอปรับปุ่มโทนจากปรีแอมป์ชุดนี้ แล้วมี”คำพูด”ขึ้นในใจ

มีของดีอยู่ในมือแต่ไม่หยิบมาใช้งาน วางไว้ให้จมอยู่ในกองฝุ่นซะงั้น

fender-speaker-cab-sim-lxh2_03

ว่าแล้วก็จัดการเปลี่ยนของใหม่ใส่แทนที่ของเดิม ทั้งโวลลุ่มและสวิททั้งหมด สวิทนี่เป็นของนำเข้า ที่ต้องสั่งจากโรงงานโดยตรง เป็นสวิทโยกก้านสั้นและไม่มีขายในท้องตลาด  กว่าจะได้ของมาต้องรอโรงงานผลิตเกือบ 2 เดือน และต้องสั่งทำ 500 ตัวขึ้นไป 😦

สวิทโยกก้านสั้น
สวิทโยกก้านสั้น เปรียบเทียบความยาวของก้านสวิทกับสวิททั่วไป

เวลาทำอุปกรณ์เครื่องเสียงระดับสตูดิโอ ผมมักจะเลือกใช้  C polypropylene (เท่าที่จะหาได้ )มาใส่ในส่วนที่เป็นทางเดินของสัญญาณเสียง ซึ่งเป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญมาก

fender-speaker-cab-sim-lxh2_05
C polypropylene

จุดพิเศษของ Speaker cab sim ชุดนี้ยังมีช่อง Send-Return สำหรับพ่วงเอฟเฟค Modulator ต่างๆ เช่น Delay,Reverb ,Chorus และอื่นๆ

FX loop send-retrun
FX loop send-retrun

เปลี่ยนใหม่หมด รวมทั้งหน้ากล่องก็นำไปล้างหน้าล้างตา และลงเคลือบเงาให้ใสสะอาดอีกครั้ง

fender-speaker-cab-sim-lxh2_14
fender-speaker-cab-sim-Re build

ต่อไปเจ้า Fender Preamp & Speaker Cab Sim กล่องนี้ก็จะกลายเป็นส่วนนึงในชีวิตของผมไปอีกนาน…. 🙂

จากคนที่ไม่เคยสนใจการปรับแต่งโวลลุ่มและโทนบนตัวกีต้าร์ พอได้ลองเล่นกับเจ้ากล่องนี้ มันเป็นการเปลี่ยนมุมมองและความคิดเดิมๆไปโดยสิ้นเชิง เอฟเฟคบางก้อนเสียงห่วยๆ ปรับแบบคนที่ปรับไม่เป็น พอได้ลองกับกล่องนี้มันให้อะไรมากกว่าที่ไม่เคยคิดมาก่อน

Tone control setting.

DirectRecord_8.JPG

เคยตั้งคำถามกับตัวเองกันมั่งมั้ยว่าเค้าปรับปุ่ม Treble Mid Bass ของ แอมป์กีต้าร์กันยังไง

ผมเองก็เคยสงสัยจนบางครั้งเกิดคำถามว่าเจ้าปุ่ม Tone control นี่มันจำเป็นต้องมีมั้ยและมันมีไว้ทำอะไร เพราะรู้สึกว่าบางครั้งมันปรับยากเหลือเกิน

มีคนแนะนำเรื่องการปรับปุ่ม Tone control ของแอมป์กีต้าร์เอาไว้ดังนี้

ตำแหน่งที่นั่ง อย่าหันหน้าเข้าหาแอมป์กีตาร์ (อันนี้เป็นมุมโปรดในการนั่งของผม) เพราะผมมักจะนั่งให้เสียงที่ออกจาลำโพงยิงตรงเข้าหูหรือยิงผ่านหน้าไป และการนั่งลักษณะนี้ยังสามารถปรับมุมของกีต้าร์เพื่อสร้าง Hum cancel ให้กับ Single coil ได้ด้วย

ปรับแอมป์กีต้าร์ให้ดังพอประมาณและให้ได้เสียง Clean มากที่สุด

ตั้งปุ่ม Treble Mid Bass เอาไว้ตรงกลาง แล้วตีคอร์ด E

ฟังเสียงเบสที่ออกมาจากสาย 6 ว่าเบสเยอะเกินไปหรือปล่าว (ส่วนตัวชอบที่จะลด Bass ลงเกือบหมด)

ตีคอร์ด G แล้วฟังเสียงกลาง-แหลม ปรับจนได้เสียงที่น่าพอใจอย่าปรับให้เสียงทึบหรือแหลมเกินไป

—————————————————–

จากประสบการณ์ที่ได้ลองเอาเทคนิคนี้มาใช้ช่วยให้ผมพบว่าเจ้าปุ่ม Tone control มีประโยชน์เกินกว่าจะตัดมันทิ้ง

ปรี-แอมป์กีต้าร์แต่ละตัวมีจุดปรับแต่งที่ไม่เท่ากัน เพราะต้องคำนึงถึงตัวกีตาร์ (Body), Guitar pickup และส่วนของ Power amp ตลอดจนถึงลำโพง