Repair Your Footswitches (SPDT, DPDT, 3PDT)

ซ่อมสวิท 9 ขาที่มีปัญหาให้ใช้งานได้อีกครั้ง

สวิทบางตัวเป็นของใหม่ ซื้อมาประกอบเสร็จมีปัญหากดติดมั่งไม่ติดมั่ง ถ้าโชคดีก็เอาไปเปลี่ยนกับคนขายได้ โชคร้ายก็ต้องโยนทิ้ง บางทีเคลมสวิทตัวใหม่มาแล้วยังเจอปัญหาแบบเดิมอีก เรียกว่าของที่คนขายซื้อมาขายมีปัญหาทั้งล๊อต อันนี้เจอมากับตัวเลย เคลมของจนรู้สึกเกรงใจคนขาย หรือบางครั้งใช้งานไปนานๆก็มีปัญหากดติดมั่งไม่ติดมั่งก็ลองใช้วิธีนี้ดู

วิธีการก็ง่ายๆไม่ต้องรื้อไม่ต้องแยกชิ้นส่วนให้วุ่นวาย หาดอกสว่านขนาด 3/32 หรือใกล้เคลียงมาเจาะรูเล็กๆ 1 รู (ตามภาพ) เวลาเจาะก็เบาๆมือหน่อย เจาะพอให้ทะลุพลาสติกอย่าให้ถึงกับโดนแกนโลหะภายใน

 

แล้วก็เอาน้ำยาล้างหน้าสัมผัสหรือ Contact cleaner ฉีดเข้าไป จากนั้นก็กดสวิทรัวๆ เป็นการล้างหน้าสัมผัสในตัวสวิท เทน่ำยาออกจากรู แล้วลองใช้งานดู

 

ตอนแรกใช้โอห์มมิเตอร์วัดขาที่มีปัญหา ปรากฏว่าหน้าสัมผัสไม่ต่อถึงกัน หลังจากทำตามวิธีนี้แล้วหน้าสัมผัสกลับมาใช้งานได้ปกติ

อ้อ! ถ้าสวิทใช้งานได้แล้ว ก็อย่าลืมตัดเทปหรือกระดาษกาวชิ้นเล็กๆปิดรูไว้หน่อยก็ดีนะ กันฝุ่น-มด-แมลงเข้าไปทำรัง

 

 

Advertisements

ทำความสะอาดหน้าสัมผัส Audio Jack.

มีอุปกรณ์ต่อพ่วงสัญญาณต่างๆเช่น Jack guitar, Phone Jack และอื่นๆ วางไว้เกะกะ เต็มโต๊ะทำงาน วันดีคืนดีหยิบมาใช้งาน ปรากฏว่ามีคราบไคลเหนียวเหนอะหนะ จะเช็ดล้างยังไงก็ไม่สะอาด พอดีว่ามี “โซดาไฟ” ที่เคยเก็บไว้ทดลองชุบ “Anodize” เลยหยิบมาใช้งาน

contact-cleaning_03

โดยการจุ่มส่วนที่เป็นหน้าสัมผัสของ Jack ลงไปแช่สัก 20 นาที (แล้วแต่ความเข้มของ โซดาไฟที่ผสมไว้)

contact-cleaning_07

นำไปล้างด้วยน้ำสะอาด และใช้ฝอยขัดหม้อถูเบาๆ ก็จะได้หน้าสัมผัสที่เงาวับ พร้อมใช้งานได้อีกครั้ง

contact-cleaning_10

อย่าใช้สารเคมีที่เป็นน้ำมัน อย่าง Sonax เพราะสารเคมีพวกนี้จะทิ้งคราบน้ำมัน ทำให้มีปัญหากับหน้าสัมผัส ถ้าจะใช้ต้องเช็คให้แห้งสนิท


 

7 วันอันตรายหลังการเลือกซื้อเอฟเฟคกีต้าร์

ขึ้นหัวข้อแบบนี้คงมีหลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร

 

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มักจะมีเพื่อนและพี่น้องที่สนิทสนม มาเล่าให้ฟังว่า

บางครั้งซื้อเอฟเฟคกีต้าร์ มาจากร้านโน้นร้านนี้ พอได้ของมาแล้วได้ลองเล่นไม่เกิน 30 นาทีก็ขายเอฟเฟคก้อนนั้นทิ้ง

บางคนซื้อวันนี้ ขายพรุ่งนี้ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ ผมฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจและรู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายแต่ละครั้ง

พอเก็บเรื่องเหล่านั้นมาหาเหตุผล ก็อยากจะแนะนำว่า

 

คุณควรจะ Burn-in เอฟเฟคก้อนนั้นๆ อย่างน้อยสัก 3-7 วัน หรือมากกว่า

 

ถ้าจะถามเหตุผลว่าทำไมต้องทำแบบนั้น

เปรียบเทียบกับตอนที่คุณต้องเปลี่ยนสายกีต้าร์ชุดใหม่นั่นล่ะ

กว่าคุณจะตั้งสายได้คุณต้องนวดต้องคลึงสายอยู่นาน และเสียงของสายกีต้าร์ตอนที่คุณเปลี่ยนวินาทีแรก

เมื่อเทียบกับเสียงที่ได้ยินหลังจากนั้นอีก 7 วัน มันต่างกันอย่างไร

ก็ไม่ต่างไปจากเอฟเฟคกีต้าร์ใหม่ๆ ที่คุณเพิ่งซื้อมานั่นล่ะ

 

Burnin effect Guitar pedal_1.JPG

 

ลองเสียบไฟทิ้งไว้ทั้งคืนทั้งวัน แบบนี้โดยไม่ต้องปิดไฟ แล้วสังเกตุเสียงของเอฟเฟคในแต่ละวันว่าเปลี่ยนไปหรือไม่ (เอฟเฟคที่ผมใช้ไม่เคยปิดไฟ แม้ยามนอนหลับ)

 

เอฟเฟค บางก้อนที่ผมทำเอง เมื่อได้ยินเสียง 30 นาทีแรกเป็นอะไรที่น่าหลงใหลมาก

แต่หลังจากได้ลองเล่นหลายๆครั้งก็ต้องรื้อทิ้ง และก็มีบางก้อนที่รู้สึกว่ายังขาดๆเกินๆ

 

พอได้ทำการ Burn-in ในลักษณะนี้ไปสัก 3  วันเสียงจะเปลี่ยนไปจนผมรู้สึกได้

 

ให้โอกาสเอฟเฟคที่อยู่ในมือคุณอีกสักนิด ก่อนจะต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น

อุปกรณ์บางตัวที่อยู่บนแผงวงจรในเอฟเฟคแต่ละก้อน อาจจะดูไร้ราคาและเสียงไม่น่าฟัง

ไม่เหมือนอุปกรณ์บางตัวที่ดูหรูหราและน่าสนใจ

แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป

บางสิ่งบางอย่างอาจทำให้คุณต้องคิดทบทวนดูใหม่

 

pinknoise_2

Pink noise : เครื่องมือที่ผมใช้สำหรับ Burn-in แอมป์และเอฟเฟคแบบเร่งด่วน


 

วางแผนและจัดการ Pedalbaord

pedalboard_31.JPG

มีแท่น Pedalboard ขนาด 30*60 cm.ซึ่งเป็นของเก่าทำด้วยเหล็ก เดิมทีทำไว้วางเอฟเฟคที่ใช้กล่อง 125B

วันนึงเมื่อเริ่มทำเอฟคเฟคลงกล่อง 1590A ทำให้รู้สึกว่าแผงนี้มันใหญ่เกินไปอยากจะเปลี่ยนบอร์ดใหม่ที่เล็กลง

แต่นั่งมองดูแล้วถ้าทำบอร์ดที่เล็กลงสุดท้ายก็คงต้องเปลี่ยนมาใช้บอร์ดที่ใหญ่ขึ้นอีก คิดไปคิดมาเอาของเดิมนี่ล่ะ

pedalboard_10.JPG

จะติดเอฟเฟคลงบอร์ดก็ต้องมีอุปกรณ์เสริมซึ่งก็ใช้งานไม่ได้ 100% ยกตัวอย่างเช่น

ตีนตุ๊กแก หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Velcro เวลาใช้งานก็ต้องมีกาว 2 หน้าหรือไม่ก็ต้องใช้กาวยางช่วยยึดติดกับบอร์ด

ถ้าติดแล้วติดเลยก็โอเค แต่ถ้าชอบดึงเข้าดึงออกก็อาจจะต้องทากาวเหรือเปลี่ยนเทปกาว 2 หน้าใหม่

หรือจะใช้ข้อต่อโซ่ (Chain link) ก็มีปัญหาว่าน๊อตที่มากับกล่องเอฟเฟค สั้นไปและหาซื้อยาก

บางรุ่นใช้น๊อตสแตนเลสเกลียว Mil ขนาด3.5มิล

pedalboard_09

 

แทนที่จะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเหล่านั้น ลองมาใช้สายพ่วงเอฟเฟคเป็นตัวล๊อคตัวมันเองดีกว่า

ตัดสายให้ยาวพอเหมาะอย่าสั้นหรือยาวเกินไปเท่านี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว และยังเป็นช่วยลดการสูญเสียสัญญาณเนื่องจากความยาวของสายได้ด้วย อย่าลืมหาอ่านเรื่องการใช้สายสัญญาณให้ถูกทางที่ผมเคยเขียนไว้

pedalboard_08

ชุดจ่ายไฟ

ถ้าอยากได้คุณภาพเสียงที่ดีแนะนำให้ใช้แบบ Isolate หรือจ่ายไฟแบบก้อนใครก้อนมัน เปรียบเหมือนกับการใส่ Battery 9v ให้กับเอฟเฟคแต่ละก้อน ดีกว่าการใช้ไฟจาก Adapter ลูกเดียวแล้วพ่วงไปจ่ายเอฟเฟคทั้งแผง

อันนี้ทดลองได้ด้วยตัวเอง ไปซื้อ Battery 9 โลท์ มาเสียบแทนสายไฟจาก Adapter  แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงพลังที่ถูกเก็บซ่อนไว้ของเอฟเฟคก้อนนั้น

pedalboard_23.JPG

 

 

 

 

Curable solder mask

Curable_solder_mask_11
Curable solder mask คืออะไร?
ตอบแบบง่ายๆก็คือการเคลือบเส้นลายทองแดงเฉพาะส่วนที่ไม่ได้บัดกรี
ด้วยสีที่ถูกทำให้แห้งและแข็งด้วยแสง Ultra Violet (UV)
เพื่อป้องกันการเกิด Oxide แทนการเคลือผิวด้วย ตะกั่ว ดีบุก ฯลฯ
อาจจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์หรือหลอดไฟฟ้าที่ให้คุณสมบัติใกล้เคลียงเช่น หลอดดักแมลงเป็นต้น
ได้มีโอกาสสั่งซื้อสีที่เรียกว่า UV curable มาจากต่างประเทศและก็ได้ลองทำตามรูปที่หาได้ทั่วไปบนเนต
ลองแบบผิดๆถูกๆเพราะเวลาดูจากรูปแล้วเหมือนง่ายแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
แต่ก็พยายามจนสำเร็จจนคิดว่าน่าจะเอามาทำกับด้านลงอุปกรณ์บ้าง
คิดแบบไม่ต้องทำบล๊อคสกรีนก็ต้องลงพิ้นขาวก่อนแล้วลงดำ
เวลาล้างส่วนที่ไม่โดนแสงก็จะได้เส้นสีขาวที่บอกตำแหน่งอุปกรณ์
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ถือว่าสำเร็จตามทฤษฏีที่วางไว้
แต่คิดไปคิดมาทำบล็อคสกรีนมาใช้งานคงสะดวกกว่า
งานนี้ก็ถือว่าทำเล่นสนุกๆแต่ก็ได้มุมมองบางอย่างที่เอาไปใช้ประโยชน์เหมือนกัน 🙂
Curable_solder_mask_12

อัปเดท!! หลังจากทดลองล้มเหลวมาหลายครั้ง
เลยเปลี่ยนขั้นตอนในการทำ คราวนี้ลงพื้นดำก่อนแล้วลงสีขาวทับ 🙂
Curable_solder_mask_13

Octaloop in paper box

ทำ Octaloop เสร็จแล้วแต่ไม่รู้ว่าถ้าไปสั่งทำกล่องอลูมิเนียมมาใส่แล้วหน้าตาและขนาดจะ เป็นยังไง รู้แต่ว่าความยาวไม่น้อยกว่า 18 นิ้วแน่ๆ พอดีมีแผ่นกระดาษแข็งหนา 3 มม. เหลืออยู่เลยคิดว่าน่าจะเอามาทำเป็นกล่องได้ หลังจากตัดได้ขนาดที่ต้องการแล้วก็ใช้วิธีกรีดแนวเส้นสำหรับความสูงและพับลงไปเป็นฐานล่างทั้ง4ด้าน

Octaloop_02Octaloop_03

Octaloop_04

Octaloop_07

ตามด้วยการตัดแผ่นหัวท้ายแต่ต้องตัดมุมด้านนึงออกทั้ง 2 มุมเพื่อให้วางได้พอดีกับมุมกล่อง เท่านี้ก้ได้โครงกล่องแบบคร่าวๆมาแล้ว 1 กล่อง หลังลองประกบและกดดูแล้วน่าไม่มีปัญหาในการใช้งาน ต่อไปก็ต้องเจาะรูหน้ากล่องสำหรับให้ dip sw และ LED โผล่ออกมา ก็พิมท์แบบเฉพาะการวางอุปกรณ์ที่ออกแบบไว้ในโปรแกรม Eagle ออกมาวางแปะแล้วก็กรีดซ้ำๆหลายๆรอบโดยที่ไม่ต้องออกแรงมากนัก

Octaloop_10Octaloop_11

Octaloop_12Octaloop_13

ลากเส้นที่จะกรีดให้ใหญ่กว่าอุปกรณ์พอประมาณแล้วก็กรีดเรื่อยๆจนได้ช่องที่ต้องการ

ทำซ้ำๆจนได้ทุกช่องแล้วก็เตรียมเจาะรูสำหรับ LED ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่ผมไม่แน่ว่าเค้าเรียกว่าอะไร “ตุดตู่” หรือ “เหล็กตอกรู” 😛

Octaloop_15

Octaloop_17

Octaloop_20Octaloop_21

Octaloop_21Octaloop_19

Octaloop_22Octaloop_27

ต่อไปก็เจาะรูสำหรับใส่ sw กดติดปล่อยดับ รูค่อนข้างใหญ่เลยต้องใช้ตะไบช่วยขยายรูแล้วขัดแต่งด้วยการะดาษทรายอีกที เสร็จแล้วก็หาหนังยางมารัดแล้วหยอดกาวร้อนยึดแผ่นปิดหัวท้ายกล่อง

Octaloop_24Octaloop_29

นำพ่นสีรองพื้นสัก 2-3 รอบแล้วขัดให้เรียบด้วยกระทรายน้ำ # 1200 (พอดีผมมีเบอร์นี้ติดบ้าน :)) ขัดเรียบดีแล้วก็นำไปพ่นสีหลายๆรอบ รอแห้งดีแล้วก็พ่นแลคเกอร์เคลือบอีกหลายๆรอบทิ้งไว้ให้แห้งก็นำมาประกอบใช้งาน (พอดีอุปกรณ์มีไม่ครบเลยประกอบเท่ามีไปก่อน) 😛

Octaloop_30Octaloop_36

Octaloop_33Octaloop_37

Octaloop_39Octaloop_38

ทดสอบการใช้งาน

Update! เพิ่มฝาล่างเพื่อความมั่นคงแข็งแรง

Octaloop_41